จดทะเบียนพาณิชย์ ขั้นตอนและวิธีการ

เนื่องจากข้อมูลในส่วนของเอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนที่กระทรวงการคลังไม่ตรงกับที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรุงเทพมหานคร ผมจึงปรับข้อมูลใหม่โดยใช้ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรุงเทพมหานครแทน เนื่องจากงานจดทะเบียนพาณิชย์ได้โอนไปให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการรับจดทะเบียนแทนกระทรวงพาณิชย์แล้ว โดยในแต่ละจังหวัด แต่ละเขตอำเภอจะเป็นผู้ดำเนินการรับจดทะเบียน

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2551 ผู้ประกอบการพาณิชที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในท้องที่กรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชน ที่ประกอบ  12 พานิชยกิจ จะต้องยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วัน นับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ โดยสามารถยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่ ฝ่ายปกครอง สำนักงานเขต ที่สถานที่ประกอบการนั้นตั้งอยู่ หรือที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักการคลัง ชั้น 2 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 1 (เสาชิงช้า)

ประเภทกิจการที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

กิจการที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ฝ่ายปกครองสำนักงานเขต หรือ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักการคลัง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 1 (เสาชิงช้า)

การทำโรงสีข้าว และการทำโลงเลื่อยที่ใช้เครื่องจักร
การขายสินค้าไม่ว่าอย่างใดๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ตาม คิดรวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดขายได้เป็นเงินตั้งแต่
20 บาทขึ้นไปหรือมีสินค้าดังกล่าวไว้เพื่อขายมีค่ารวมเป็นเงินตั้งแต่ 500 บาท ขึ้นไป
การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนค้าต่าง ซึ่งทำการเกี่ยวกับสินค้าไม่ว่าอย่างใดๆ อย่างเดียว หรือ หลายอย่างก็ตามและ
สินค้านั้นมีค่ารวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป
การประกอบหัตถกรรมหรืออุตสาหกรรมไม่ว่าอย่างใดๆ อย่างเดียว หรือหลายอย่างก็ตาม และขายสินค้าที่ผลิตได้
มีค่ารวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไปหรือวันหนึ่งวันใดมีสินค้าที่ผลิตได้มีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงิน
ตั้งแต่ 500 บาท ขึ้นไป
การขนส่งทางทะเล การขนส่งโดยเรือกลไฟ หรือรถยนต์ประจำทาง การขนส่งโดยรถไฟ การขนส่งโดยรถราง การขนส่งโดยรถยนต์ประจำทาง การขายทอดตลาด การรับซื้อขายที่ดิน การให้กู้ยืมเงิน การรับแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตราต่างประเทศ การซื้อหรือขายตั๋วเงิน การธนาคาร การโพยก๊วน การทำโรงรับจำนำ และการทำโรงแรม

หมายเหตุ กิจการนอกเหนือจากที่ระบุติดต่อสอบถามรายละเอียดที่สำนักทะเบียนธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทร. 0-2547-4438, 0-2547-5979

เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนพาณิชย์
เอกสารที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

1. สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของกิจการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ (กรณีคณะบุคคล/ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล)
หรือผู้รับผิดชอบในการประกอบกิจการในต่างประเทศ (กรณีนิติบุคคลต่างประเทศ)
2. สำเนาทะเบียนบ้านเจ้าของกิจการ
3. หนังสือมอบอำนาจพร้อมติดสแตมป์ 10 บาท (ถ้ามี)
4. สำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจ (ถ้ามี)
5. กรณีเจ้าของกิจการมิได้เป็นเจ้าบ้าน ณ
สถานประกอบการดังกล่าว แนบเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้
5.1 หนังสือยินยอมจากเจ้าบ้านและสำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน
5.2 (กรณีเช่าสถานที่)
(1) ผู้ให้เช่าเป็นบุคคลธรรมดา
สำเนาทะเบียนเบียนบ้านของเลขที่ตั้งสถานประกอบการ
สำเนาสัญญาเช่า พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
สำเนาบัตรประชาชนผู้ใช้เช่า (เจ้าบ้าน)
(2) ผู้ใช้เช่ามีลักษณะเป็นบริษัท
สำเนาสัญญาเช่า พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
หนังสือรับรองบริษัท พร้องลงรายมือชื่อของผู้มีอำนาจกระทำการแทรบริษัท
สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท
(3) กรณีการซื้ออาคารชุด/ห้องชุด
สำเนาโฉนดที่ดิน/ห้องชุด
6. กรณีคณะบุคคล/ห้างหุ้น่สวนสามัญที่มิใช่นิติบุคคลให้แนบเอกสารของผู้เป็น หุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล,
สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านผู้เป็นหุ้นส่วน

เอกสารที่ต้องใช้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลง Download file

1. บัตรประชาชนเจ้าของกิจการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ (กรณีคณะบุคคล/ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล)
หรือผู้รับผิดชอบในการประกอบกิจการในประเทศ (กรณีเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ)
2. สำเนาทะเบียนบ้านเจ้าของกิจการ
3. หนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท (ถ้ามี)
4. สำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (ถ้ามี)
5. ใบทะเบียนพาณิชย์

เอกสารที่ต้องใช้จดยกเลิกทะเบียนพาณิชย Download file

1. สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของกิจการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการประกอบกิจการ ในประเทศ
กรณีนิติบุคคลต่างประเทศ
2. ใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบแจ้งความ กรณีใบทะเบียนพาณิชย์สูญหาย
3. สำเนาเอกสารการสั่งเลิกประกอบกิจการในประเทศ กรณีนิติบุคคลต่างประเทศ
4. สำเนาใบมรณะบัตรของผู้ประกอบกิจการ กรณีผู้ประกอบกิจการถึงแก่กรรม
5. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
6. สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (ถ้ามี)

เอกสารที่ใช้กรณีการคัดรับรองสำเนา การขอตรวจเอกสารทะเบียนพาณิชย Download file

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำร้อง


การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็คทอนิกส์

ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

1. ซื้อขายสินค้าหรือบริการ ผ่านเคลือข่ายอินเทอร์เน็ต
2. บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider : ISP)
3. ให่เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ขาย (Web Hosting)
4. บริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Marketplace)

ประโยชน์ของการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ประกอบการในระดับหนึ่ง โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะออกเครื่องหมายรับรองการจด
ทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (REGISTERED) ให้แก่ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน เพื่อนำไปแสดงไว้บนเวปไซต์ของตนเอง
เมื่อผู้บริโภค (ผู้ซื้อ) เห็นเครื่องหมาย REGISTERED แล้ว จะเกิดความมั่นใจในการทำธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
เพิ่มมากขึ้น
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะนำรายชื่อเวปไซต์ที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ไปเผยแพร่ไวบนเวปไซต์ของ
กรมฯ (ww.dbd.go.th) เืพื่อช่วยประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ของผู้ประกอบการอีกช่องทางหนึ่ง
ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่จดทะเบียนแล้วสามารถยื่นขอใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือ
(Trustmark) จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ ซึ่งเครื่องหมาย Trustmark นี้ จะมีความน่าเชื่อถือสูงกว่าเครื่องหมาย
REGISTERED กล่าวคือ จะออกให้แก่เว็บไซต์ที่มีคุณภาพเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมฯ กำหนดเท่านั้น
(ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.trustmarkthai.com)
– การได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น การเข้าร่วมอบรมสัมมนา การได้รับคำแนะนำต่าง และการได้รับข้อมูลข่าวสาร
ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

สถานที่จดทะเบียน

1. ผู้ประกอบการที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ต่อสำนักงาน
เขตต่างๆ และศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
2. ผู้ประกอบการที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่จังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์
ต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นๆ หรือ เมืองพัทยา แล้วแต่กรณี

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนพาณิชย์

มีระบบการสั่งซื้อ เช่น ระบบการกรอกฟอร์ม ระบบตระกร้า E-mail หรืออื่นๆ
มีระบบการชำระเงิน ออฟไลน์ หรือออนไลน์ เช่น การโอนเงินผ่านระบบบัญชี การชำระด้วยบัตรเครติด หรือ
e-cash เป็นต้น
มีระบบสมัครสมาชิก เพื่อรับบริการข้อมูลหรืออื่นๆ โดยมีการคิดค่าใช้จ่าย (ถือเป็นการขายบริการ)
มีวัตถุประสงค์หลักในการรับจ้างโฆษณาสินค้าหรือบริการของผู้อื่น และมีรายได้จากการโฆษณานั้น
รับจ้างออกแบบเว็บไซต์
เว็บไซต์ให้บริการเกมส์ออนไลน์ที่คิดค่าบริการจากผู้เล่น (เจ้าของเว็บไซต์ต้องจดทะเบียน)
เว็บไซต์ที่สามารถส่งมอบสินค้าหรือบริการผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น การ Download เพลง โปรแกรม
เกมส์ Ringtone Screensaver SMS เป็นต้น

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ไม่ต้องจดทะเบียน

มีเฉพาะหน้าร้านโชว์สินค้าของตนเอง แต่ทำการค้าในช่องทางปกติ (ไม่ใช่อินเทอร์เน็ต) แม้จะมีข้อความแจ้งว่าให้
ติดต่อได้ เช่น สนใจโทรติดต่อ… หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่…
มีการโฆษณาสินค้าของตนเอง โดยลักษณะของการโฆษณานั้นไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของกิจการและไม่ใช่ช่องทาง
การค้าปกติ แม้จะมี banner ของผู้อื่นมาติด และมีรายได้จาก banner ก็ตาม
การประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข้อมูลแก่สมาชิกหรือบุคคลทั่วไป โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือบริการ เช่น
เพื่อการสอน ประกาศรับสมัครงาน
การประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท หรือสินค้า
เว็บไซต์ส่วนตัว (ส่วนบุคคล) ที่สร้างขึ้นเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว การงาน การศึกษา หรือความสนใจส่วนตัว
เว็บไซต์ที่เป็นสื่อกลางด้านข้อมูล โดยมีวัตถุประสงค์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

Download แบบฟอร์มรายระเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์

อัตราค่าธรรมเนียม

  • จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ ฉบับละ 50 บาท
  • จดทะเบียนเปลี่ยนแปลง ฉบับละ 20 บาทท
  • จดทะเบียนยกเลิก ฉบับละ 20 บาท
  • ออกใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ ฉบับละ 30 บาท
  • ตรวจเอกสาร ครั้งละ 20 บาท
  • คัดสำเนาและรับรองสำเนา ฉบับละ 30 บาท

ที่มา…ศูนย์ข้อมูลเศรษฐกิจการคลังและการลงทุนของกรุงเทพมหานคร


เรื่องที่เกี่ยวข้อง ใน Company

Speak Your Mind

*

Before you post, please prove you are sentient.

สามพันเก้าร้อย (เขียนตัวเลข)