การนับอายุการทำงานต่อเนื่อง กรณีได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (0702/8514)

จากข้อหารือในปีก่อน หรือแม้แต่ศูนย์บริการข้อมูลกรมสรรพากร (RD Call Center) ได้เคยตอบเรื่องการนับการทำงานต่อเนื่องว่า ไม่สามารถทำได้ ให้นับได้เฉพาะอายุการทำงานที่ทำงานสุดท้ายเท่านั้น แต่จากข้อหารือนี้พบว่า กรณีย้ายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไปยังที่ทำงานใหม่ สามารถนับอายุการทำงานต่อจากที่เดิมได้ (เดิมให้นับอายุสมาชิกกองทุนต่อเนื่องได้เท่านั้นไม่รวมถึงอายุการทำงาน)

เลขที่หนังสือ : กค 0702/8514

วันที่ : 26 กันยายน 2555

เรื่อง : ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้ที่จ่ายจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ข้อกฎหมาย : มาตรา 48(5) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ
๑. นางสาว บ.ทำงานที่ธนาคาร ป. ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๔๗ และลาออก จากงานเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๙ รวมระยะเวลาทำงาน ๒ ปี ๑๙ วัน ต่อมานางสาว บ. เข้าทำงานที่ธนาคาร ล. เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๙ และได้โอนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานธนาคาร ป. ไปด้วย และลาออกจากธนาคาร ล. เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๒ รวมระยะ เวลาทำงาน ๓ ปี ๒๑ วัน ในปีภาษี ๒๕๕๒ หลังจากนั้น ได้กลับไปทำงานที่ธนาคาร ป. ตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ จนถึง ปัจจุบัน โดยมิได้โอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานธนาคาร ล. (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ) ไปด้วย นางสาว บ. ขอรับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ท. ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ และหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ในมาตรา ๔๘(๕) แห่งประมวลรัษฎากร โดยไม่นำเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ ไปรวมกับเงินได้อื่น นางสาว บ. ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.๙๑) แสดงเงินเดือน จำนวนเงิน ๑,๘๙๓,๙๖๔.๗๔ บาท และเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจาก งานประเภทเงินที่จ่ายจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ จำนวนเงิน ๓๓๕,๕๓๔.๘๒ บาท จำนวนเงิน ๓๓๕,๕๓๔.๘๒ บาท (ตามใบแนบ ภ.ง.ด.๙๑) คำนวณแล้วมีภาษีคืนจำนวนเงิน ๖๙,๕๒๖.๕๓ บาท

๒. สท.กรุงเทพมหานคร แจ้งให้นางสาว บ. ไปยื่นแบบ ภ.ง.ด.๙๐ เพิ่มเติม สำหรับภาษีปี ๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๓ โดยนำเงินเดือนจำนวนเงิน ๑,๘๙๓,๙๖๔.๗๔ บาท และเงินที่จ่ายจากกองทุนสำรอง เลี้ยงชีพฯ จำนวนเงิน ๓๓๕,๕๓๔.๘๒ บาท รวมเป็นเงินได้ทั้งสิ้น ๒,๒๒๙,๔๔๙.๕๖ บาท มาคำนวณภาษี มีภาษีชำระเพิ่มเติมจำนวนเงิน ๒๑,๖๙๗.๘๔ บาท

๓. ต่อมาวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ นางสาว บ. ยื่นคำร้องขอคืนภาษี (ค.๑๐) สำหรับปีภาษี ๒๕๕๒ จำนวนเงิน ๙๑,๒๒๔.๓๗ บาท (๖๙,๕๒๖.๕๓ (ตาม ๑) + ๒๑,๖๙๗.๘๔ (ตาม ๒)) เนื่องจากเงินได้ที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ จำนวนเงิน ๓๓๕,๕๓๔.๘๒ บาท เลือกเสียภาษีตามมาตรา ๔๘(๕) แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากนับอายุ การทำงานต่อกันได้ สท.กรุงเทพมหานคร มีหนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากรดังกล่าว และนางสาว บ. ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่คืนเงินต่อ สท. กรุงเทพมหานคร ผู้ทำคำสั่งทางปกครอง

แนววินิจฉัย
กรณีตามข้อเท็จจริงนางสาว บ. ได้ลาออกจากธนาคาร ป. และเข้าทำงานกับ ธนาคาร ล. โดยทันทีอย่างต่อเนื่อง ได้โอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปด้วย โดยธนาคาร ป. ไม่ได้จ่ายเงินได้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจาก งานให้แก่นางสาว บ. กรณีดังกล่าว เพื่อวัตถุประสงค์ในการนับอายุการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ นางสาว บ. มีสิทธินับอายุการทำงานที่อยู่กับธนาคาร ป. ต่อเนื่องรวมกับอายุการทำงานที่อยู่กับธนาคาร ล. ได้ ดังนั้น เมื่อนางสาว บ. ลาออกจากธนาคาร ล. และได้รับเงินที่ จ่ายจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นางสาว บ. ย่อมมีสิทธิเลือกนำเงินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดังกล่าว ไปคำนวณเสียภาษีแยกต่าง หากจากเงินได้อื่นตามมาตรา ๔๘(๕) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ ๒(ก) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ ( ฉบับที่ ๔๕)ฯ ลงวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕

เลขตู้ : 75/38293

Speak Your Mind

*

Before you post, please prove you are sentient.

สามสิบสอง (เขียนตัวเลข)