จ่ายเบี้ยประกันชีวิตให้พนักงาน (0706/397)

เลขที่หนังสือ กค 0706/397

วันที่ 17 มกราคม 2549

เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีนายจ้างจ่ายเบี้ยประกันชีวิตให้พนักงาน

ข้อกฎหมาย มาตรา 40(1) และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ

บริษัท ศ. ประกอบกิจการให้คำปรึกษาทางการเงินแก่บริษัทอื่นๆ บริษัทฯ ได้จัดทำโครงการประกันชีวิตพนักงานเสนอให้แก่บริษัทลูกค้า โดยโครงการประกันชีวิตพนักงานดังกล่าว นายจ้างจะต้องเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกันชีวิตให้พนักงานจนครบกำหนดอายุกรมธรรม์ และถือเป็นสวัสดิการของพนักงาน กรมธรรม์ประกันชีวิตดังกล่าว เป็นแบบชนิดสะสมทรัพย์ซึ่งนายจ้างจะเป็นผู้ถือกรมธรรม์ จ่ายเบี้ยประกัน และเป็นผู้รับประโยชน์ทุกอย่างตามกรมธรรม์ มีระยะเวลาการชำระเบี้ยประกันและระยะเวลาการให้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ 10 ปี ครบกำหนดอายุกรมธรรม์เมื่อผู้เอาประกันมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ หรือเมื่อผู้เอาประกันมีอายุครบเกษียณตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้ในระเบียบพนักงาน เมื่อนายจ้างรับประโยชน์ตามกรมธรรม์แล้ว ก็จะยกผลประโยชน์ให้แก่พนักงานในกรณีที่พนักงานเกษียณอายุ หรือมอบให้แก่ทายาทของพนักงานในกรณีที่พนักงานเสียชีวิต ซึ่งเป็นไปตามที่ระบุไว้ในระเบียบสวัสดิการพนักงาน แต่ถ้าหากพนักงานลาออกก่อนกำหนดหรือก่อนครบกำหนดเกษียณอายุ นายจ้างสามารถยกเลิกกรมธรรม์ และจะได้รับเงินจากมูลค่าการคืนกรมธรรม์ พร้อมเงินปันผลหรือดอกเบี้ย โดยไม่จำต้องยกประโยชน์ดังกล่าวให้แก่พนักงานแต่อย่างใด บริษัทฯ จึงขอทราบว่า
1. ค่าเบี้ยประกันชีวิตของพนักงานที่นายจ้างจ่ายแทนดังกล่าวนั้น นายจ้างมีสิทธินำไปเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ นิติบุคคลได้หรือไม่ และพนักงานต้องนำค่าเบี้ย
ประกันที่นายจ้างออกให้มารวมคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่
2. ผลประโยชน์ที่นายจ้างได้รับตามกรมธรรม์และได้ส่งมอบให้แก่พนักงานหรือทายาท แล้วแต่กรณี จะถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้หรือไม่ และพนักงานที่ได้รับผลประโยชน์ดังกล่าวจะต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่

แนววินิจฉัย

1. เงินค่าเบี้ยประกันชีวิตที่นายจ้างจ่ายแทนพนักงานทุกคนเป็นการทั่วไปตาม ระเบียบสวัสดิการพนักงานของบริษัท สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี(3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร และผลประโยชน์ที่นายจ้างได้รับตามกรมธรรม์ นายจ้างจะต้องบันทึกบัญชีเป็นรายได้ และเมื่อนายจ้างได้ส่งมอบผลประโยชน์ให้พนักงานตามระเบียบสวัสดิการพนักงานของบริษัท อันถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างแล้ว นายจ้างมีสิทธินำผลประโยชน์ที่ส่งมอบให้พนักงานมาถือเป็นรายจ่ายได้
2. เบี้ยประกันชีวิตที่นายจ้างจ่ายแทนพนักงาน และผลประโยชน์ที่พนักงานจะได้รับจากนายจ้าง เข้าลักษณะเป็นประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน
ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งพนักงานต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้ 69/33829

ที่มา..http://www.rd.go.th/publish/30689.0.html

เรื่องที่เกี่ยวข้อง ใน เบี้ยประกันชีวิต

Comments

  1. ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูลที่ดี

    ตอบกลับตอบกลับ

Speak Your Mind

*

Before you post, please prove you are sentient.

(เขียนตัวเลข) หนึ่งร้อยสิบห้า

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.