ประกันสังคมลดอัตราเงินสมทบปีหน้า 2552

ข้อมูลวันนี้ (28 เมษายน 2552)

สปส.ลดเงินสมทบ เหลือร้อยละ3 นายจ้าง-ลูกจ้างเฮ

บอร์ด สปส. เห็นชอบปรับลดเงินสมทบส่งเข้ากองทุนประกันสังคม ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างร้อยละ 2 จากเดิมร้อยละ 5 คาดเริ่มเดือน ก.ค.นี้ ส่งผล สปส. สูญเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท

วันนี้ (28 เม.ย.) ที่สำนักงานประกันสังคม นายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ให้สัมภาษณ์หลังประชุมบอร์ดสปส.ว่า ที่ประชุมบอร์ด สปส.ได้ มีมติให้ลดเงินสมทบให้กับลูกจ้างและนายจ้างจำนวนร้อยละ 2 คือ จากเดิมที่เคยจ่ายร้อยละ 5 เหลือเพียงร้อยละ 3 เป็นระยะเวลา 6 เดือน ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกจ้างนายจ้างที่ได้รับผล กระทบจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งสปส.จะต้องเสียเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมจำนวน 15,000 ล้านบาท กระทบต่อผู้ประกันตนที่จะได้รับเงินกรณีชราภาพในปีพ.ศ. 2557 จำนวน 260,000 คนหรือประมาณ 118 ล้านบาท อย่างไรก็ตามจะมีการออกกฎกระทรวงเพื่อนำเงินที่รัฐบาลส่งเงินสมทบจำนวนร้อย ละ 2.7 มาแก้ไขปัญหาดังกล่าว

นายสมชาย กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นจะนำเสนอให้นาย ไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน เห็นชอบในวันที่ 1 พ.ค.เพื่อเสนอให้ ครม.อนุมัติต่อไป ทั้งนี้จะเป็นกระบวนแก้กฎกระทรวงจนกระทั่งประกาศใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป โดยการแก้กฎกระทรวงใน 3 ประเด็น 1.แก้กฎกระทรวงงดเก็บเงินสมทบให้กับลูกจ้าง นายจ้างเป็นเวลา 6 เดือน 2. แก้กฎกระทรวงดำเนินการเก็บเงินสมทบในอัตราปกติคือฝ่ายละร้อยละ 5ภายหลังประกาศใช้ไปแล้วครบ 6 เดือน และ 3.แก้กฎกระทรวงเพื่อนำเงินสมทบที่รัฐบาลจ่ายสมทบเดือนละร้อยละ 2.7 มาสมทบในกองทุนกรณีชราภาพ

นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน กล่าวว่า เป้าหมายในการลดเงินสมทบครั้งนี้เพื่อไม่ต้องการให้เกิดการเลิกจ้าง เนื่องจากเป็นเงินที่เสริมสภาพคล่องให้กับนายจ้าง 3.5 แสนแห่งทั่วประเทศ ในระยะเวลาที่เศรษฐกิจกำลังทุรดตัวอย่างหนักโดยเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีตัวเลขการเลิกจ้าง สถานประกอบการจะทำการปิดกิจการน้อยลง

จบข่าว

ข่าวเก่า

โดยมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ประมาณต้นปี 2552 เป็นเวลา 1 ปี การลดการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจให้กับนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล สำหรับอัตราที่ลดเป็นดังนี้

  • นายจ้าง ลดเงินสมทบลง 1.5 % จากเดิม 5.0 % คงเหลือ 3.5 %
  • ลูกจ้าง ลดเงินสมทบลง 1.5 % จากเดิม 5.0 %  คงเหลือ 3.5 %
  • รัฐบาล ลดเงินสมทบลง 0.5 % จากเดิม 2.75 % คงเหลือ 2.25 %

เพราะฉะนั้นเงินสมทบประกันสังคมขั้นต่ำที่เรียกเก็บจากค่าจ้าง 1,650 บาท เดิมเสีย 5% คิดเป็น 83 บาท คงเหลือ 3.5% คิดเป็น 58 บาท หรือลดลงทั้งปีเท่ากับ 300 บาท ส่วนค่าจ้างขั้นสูงสุดที่เรียกเก็บ 15,000 บาท เดิมเสีย 5% คิดเป็น 750 บาท คงเหลือ 3.5% คิดเป็น 525 บาท หรือทั้งปีลดลง 2,700 บาท

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

ข้อมูลเพิ่มเติม (29 มค.2552) ปัจจุบันยังไม่มีการออกกฎหมายจึงยังต้องใช้อัตราเดิมที่ 5% อยู่นะครับ

บอร์ด สปส. มีมติเห็นชอบในหลักการ ลดการจ่ายเงินสบทบเข้ากองทุนประกันสังคมลงอีกร้อยละ 2.5 จากเดิมที่นายจ้างและลูกจ้างต้องจ่ายร้อยละ 5 ของรายได้ เหลือจ่ายเพียงร้อยละ 2.5 โดยระหว่างนี้ สปส. จะใช้เวลา 60 วัน ในการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติและร่างกฎกระทรวง ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ก่อนมีผลบังคับใช้ ซึ่งในระหว่างการจัดทำจะมีการประเมินสถานการณ์การเลิกจ้างจริงว่ามีความ รุนแรงหรือไม่ ก่อนนำมาบังคับใช้อีกครั้ง โดยมีระยะเวลาในการลดการจ่ายเงินสมทบจนถึงสิ้นเดือนธันวาคมนี้

ความเห็นเพิ่มเติม จากข่าวที่เห็นนี้ ยังต้องใช้เวลาอีก 2-3 เดือน และัอัตราที่ลดเปลี่ยนไปเป็น 2.5% และยังไม่แน่ว่าจะนำมาตราการนี้มาใช้หรือไม่ ถ้ามีการลดอัตราเงินสมทบก็คงเป็นมาตรการชั่วคราวคือลดให้ถึงปลายปี

เรื่องที่เกี่ยวข้อง ใน บทความประกันสังคม

Comments

  1. ปกติพนักงานจะต้องเป็นผู้ดำเนินการเอง เนื่องจากต้องเป็นผู้เซ็นเอกสาร แต่ทางบุคคลควรจะเป็นผู้แนะนำวิธีการให้ครับ

    เอกสารที่ใช้สำหรับการเบิกเงินค่าคลอดบุตร 12,000 บาท และเงินชดเชยจากการขาดรายได้ (เบิกได้เฉพาะสิทธิของมารดาเท่านั้น)
    1.แบบฟอร์ม สปส.2-01 (ให้ติ๊กกรณีคลอดบุตรและเงินสงเคราะห์กรณีหยุดงาน)
    2.สำเนาใบสูติบัตร (เอาตัวจริงไปด้วยเผื่อเค้าขอดู)
    3.ทะเบียนสมรส กรณีใช้สิทธิของพ่อ (เอาไปเผื่อไว้)
    4.สำเนาบัตรประชาชน

    เอกสารที่ใช้ในการยื่นเบิกเงินสงเคราะบุตร
    1.แบบฟอร็ม สปส.2-01 (ให้ติ๊ก กรณีเงินสงเคราะห์บุตร)
    2. ใบสูติบัตรตัวจริงและสำเนา
    3. สำเนาหน้าแรก book bank ของผู้ยื่นแบบ
    4. บัตรประชาชนตัวจริงและสำเนาของผู้ยื่นแบบ

    ตอบกลับตอบกลับ
  2. มีพนักงานในโรงแรมจะถึงกำหนดคลอดบุตร ไม่ทราบว่าทางดิฉันต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับพนักงาน และให้การรับเงินทดแทนนั้นทางผู้ประกอบการต้องเป็นฝ่ายดำเนินเรื่องให้หรือตัวพนักงานเอง

    ตอบกลับตอบกลับ
  3. เท่าที่ตรวจสอบดู ปี 2553 การนำส่งประกันสังคมต้องส่งนำ 5% เหมือนเดิมครับ

    ตอบกลับตอบกลับ
  4. อยากทราบว่า ปี 2553 นี้การส่งประกันสังคม ส่ง 5 เปอร์เซ็น เหมือนเดิมใช่ไหมค่ะ 3 เปอร์เซ็น จ่ายถึงแค่ ธันวาคม ปี 52 เท่านั้นเองใช้มั๊ยค่ะ รัฐยังมีนโยบายจัดเก็บ 3 เปอร์เซ็นต่อไปหรือเปล่า

    ขอบคุณมากค่ะ

    รบกวนตอบกลับที่เมลล์จะขอบพระคุณมากๆ ค่ะ

    อารียา

    ตอบกลับตอบกลับ
  5. วันนี้ (28 เมย.2552) สำนักงานประกันสังคม บอร์ด สปส.มีมติให้ลดเงินสมทบใหักับลูกจ้างและนายจ้างจำนวนร้อยละ 2 จากเดิมที่เคยจ่ายร้อยละ 5 เหลือเพียงร้อยละ 3 เป็นระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กค.2552 เป็นต้นไป สิ้นสุดวันที่ 31 ธค.2552

    ตอบกลับตอบกลับ
  6. โครงการลดเงินสมทบลงเป็น 3.5% ยังไม่ได้ออกเป็นกฎหมายนะครับ ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการพิจาณา ไม่แน่ว่าอาจจะลดลงเหลือ 2.5% ก็ได้

    ตอบกลับตอบกลับ
  7. เสาวรจน์ ประดิษฐ์พงศ์ชัย says:

    เริ่มบังคับใช้ 3.5 % ได้ตั้งแต่เดือนไหนคะ ขอบคุณคะ

    ตอบกลับตอบกลับ
  8. ปัจจุบันยังไม่ได้ออกเป็นกฎหมายนะครับ ยังต้องรอไปก่อนครับ

    ตอบกลับตอบกลับ
  9. prapatsorn@pcm-pro.co says:

    เริ่มใช้ 3.5 % ได้ตั้งแต่ เดือนไหนคะ ขอบคุณมากนะคะ

    ตอบกลับตอบกลับ

Speak Your Mind

*

Before you post, please prove you are sentient.

(เขียนตัวเลข) หนึ่งร้อยสิบห้า

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.