โม้ทุนจดทะเบียน+กรรมการไซฟ่อนเงิน

โม้ทุนจดทะเบียน + กรรมการไซฟ่อนเงิน

  บริษัทนั้น ถือเป็นบุคคลประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นจากกฎหมาย และดำเนินงานผ่านกรรมการของบริษัท โดยจะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้จดทะเบียนไว้ และต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรมอันดีงาม

ยังจำกันได้มั้ยว่า ใน การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ซึ่งรวมถึงการเพิ่มทุนด้วย กรรมการบริษัทมีหน้าที่ ที่จะต้องรับชำระเงินค่าหุ้นให้เรียบร้อยเสียก่อนหลังจากได้ประชุมจัดตั้ง แล้ว จากนั้นจึงไปจดทะเบียนบริษัท

คุณ รู้มั้ยว่า บริษัท SMEs … ส่วนใหญ่ > 80% ไม่ได้เรียกชำระค่าหุ้นครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ส่วนใหญ่เขาจะทำการเรียกชำระทุนเต็มจำนวน แต่มักไม่ได้จ่ายเงินเข้าบริษัทกันจริงๆ อย่างที่เรียกชำระกัน

ซึ่ง การจดทะเบียนแบบนี้ (โม้ทุนจดทะเบียน) ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดปัญหาตามมา ทำให้กรรมการต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากันเกือบทุกรายไหนจะเรื่องภาระภาษีที่ เกิดจากดอกเบี้ยซึ่งคิดจากลูกหนี้กรรมการ ภาระภาษีจากรายการค่าใช้จ่ายเท็จที่กรรมการต้องสร้างขึ้นเพื่อล้างเงินส่วน ขาด ฯลฯ

      ในกรณีของกิจการที่เกิดไปโม้ทุนจดทะเบียน เพื่อให้เข้าเกณฑ์ที่จะประมูลงานกับหน่วยงานราชการ หรืออื่นๆ ได้นั้น สมมุติว่าคุณประมูลและได้งานนั้นมาสมใจ แล้วคุณจะเอาเงินมาจากไหน ถ้าไม่ใช่จากการลงทุนของเจ้าของบริษัทซึ่งก็คือค่าหุ้นที่จะต้องเรียกเก็บมา ในตอนแรก หรือไม่ก็กู้เงินจากสถาบันการเงิน

      สมมุติต่อว่าคุณโชคดีที่พอมีเงินอยู่บ้าง และสามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินได้มาบางส่วน พอใช้ในการดำเนินการ พอทำไปได้สักระยะก็ต้องประสบปัญหาขาดสภาพคล่องเงินหมุนไม่ทัน หรือเกิดขาดทุน ได้เงินเข้ามาไม่พอค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะเจ้าหนี้สถาบันการเงิน และเจ้าหนี้การค้าทั้งหลาย

      ต่อมาทั้งธนาคาร และเจ้าหนี้ รุมทวงถามเงินกู้ ปรากฏว่าจ่ายไม่ได้ กลายเป็นหนี้เสีย จนถูกฟ้องร้องดำเนินคดี และโดนบังคับคดีนำสินทรัพย์ที่ประกันขายทอดตลาด และหลังจากขายทอดตลาดไปแล้ว ทางเจ้าหนี้ยังได้เงินไม่พอกับที่ปล่อยให้กู้ หรือให้สินเชื่อไป เจ้าหนี้จึงได้บังคับเอากับทรัพย์ของบริษัทที่ยังเหลืออยู่ นั่นคือ ลูกหนี้เงินกู้ยืมกรรมการ (กรณีที่ท่านล้างเงินส่วนที่ขาดไม่หมด)

หรือ แม้กระทั่ง คุณกรรมการจะได้สร้างค่าใช้จ่าย เพื่อล้างเงินส่วนที่ขาดออกไปหมดแล้วก็ตาม แต่เกิดโชคร้าย ทางเจ้าหนี้ตรวจสอบพบว่า รายการเหล่านั้นเป็นรายการเท็จ ถูกตั้งข้อหาว่ากรรมการจงใจไซฟ่อนเงินออกจากบริษัท อันนี้คุณจะโดนหนักไม่ใช้น้อย…

      เรื่องของการโม้ทุนจดทะเบียนนั้น นอกจากวิธีการผู้ถือหุ้นไม่ได้จ่ายเงินเข้าบริษัทกันจริงๆ แล้ว (โดยมากมักเรียกว่าหุ้นลม) แต่ก็ยังมีเจ้าของบริษัทบางท่านที่แกล้งทำเป็นจ่ายเงินเข้ามาในตอนจดทะเบียน แล้วก็นำออกไปใช้จ่ายส่วนตัวตามปกติ โดยคุณอาจจะหลงคิดว่าเงินส่วนนั้นเป็นของคุณ ซึ่ง ในทางกฎหมายแล้วเงินที่ได้นำมาชำระค่าหุ้นแล้วนั้น จะต้องเป็นของบริษัท และจะต้องใช้ในการดำเนินงานของบริษัท… และผลของการจ่ายค่าหุ้นแบบหลอกๆ นี้ก็สร้างปัญหาที่ไม่ได้แตกต่างกับการไม่จ่ายเงินเลย และผมคิดว่า มันจะยิ่งสร้างปัญหาความซับซ้อนมากขึ้นไปอีกด้วยซ้ำ

      อย่างที่กำลังเกิดขึ้นกับเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งผมเพิ่งจะเข้ามาดูแลอยู่ในขณะนี้ คือเรื่องเกิดขึ้นว่า เจ้าของบริษัท ซึ่งในขณะเดียวกันก็มีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท ท่านหนึ่งเป็นหญิงชาวไทย ส่วนอีกท่านหนึ่งเป็นชายชาวต่างชาติ ในการเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 4 ล้านบาท ซึ่งเขาก็ได้ชำระเงินค่าหุ้นเพิ่มทุนเข้ามาจริง แต่หลังจากนั้นไม่นานก็ได้นำเงินค่าหุ้นนี้ไปซื้อบ้านพักรับรอง อาคาร รถยนต์ …ฯลฯ ทั้งหมดซื้อในนามของกรรมการหญิง บางอย่างสด บางอย่างก็เช่าซื้อ

      แล้วท่านก็นำใบเสร็จเหล่านั้นมาให้พนักงานบัญชีที่ดูแลในขณะนั้น… บันทึกลงสมุด … ลองเดาเล่นๆ ดูนะครับว่าใบเสร็จเหล่านั้นจะถูกบันทึกในบัญชีอะไร

      ผมว่าบางท่านอาจจะคิดออกแล้วก็ได้ … คำตอบที่ถูกต้องก็เหมือนกับ ในคราวก่อนนั่นแหละ คือ ใบเสร็จต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ว่าจะถูกนำมาบันทึกอยู่ในบัญชี “ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ” นอก จากคุณกรรมการหญิง จะเป็นหนี้บริษัท และจะต้องจ่ายดอกเบี้ยให้บริษัทแล้ว บรรดาดอกเบี้ยต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการเช่าซื้อ รวมถึงค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ทั้งหมด ก็ไม่สามารถจะนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการได้อีกด้วย

ทำให้บริษัทมีต้นทุน มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าความเป็นจริง ส่งผลให้มีกำไร และภาษีสูงลิบลิ่ว และยังเกิดสภาวะขาดสภาพคล่องขึ้นในกิจการ เนื่องจากค่าใช้จ่ายรุมเร้า เจ้าหนี้ทวงถาม ภาระภาษีสูงกว่าที่ควรจะเป็นอยางมาก เก็บเงินจากลูกค้าได้ช้า แล้วสินทรัพย์ที่มีก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ ก่อให้เกิดเกิดความเสียหายหลายแสน… ซึ่งสภาวะอย่างนี้อาจทำให้กิจการล้มคลืนได้อย่างง่ายดาย ครั้นจะไปขอกู้จากสถาบันการเงินนั้น ผมว่าคุณๆ คงจะพอเดาออกว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร …

      ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นคือเรื่องราวที่จะเกิดขึ้น…หากไม่ได้มีการแต่งเติมทางบัญชีเข้าไปอีก

 

ที่มา : http://www.smethaiclub.com

เรื่องที่เกี่ยวข้อง ใน Company

Speak Your Mind

*

Before you post, please prove you are sentient.

(เขียนตัวเลข) สามร้อยสิบแปด

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.